ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน

ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน

เมื่อกล่าวถึงระบบนิเวศน์ใดๆก็ตามย่อมสื่อความหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตซึ่งประกอบไปด้วยพืชซึ่งเปรียบเสมือนผู้ผลิต (producer) และสัตว์น้ำซึ่งเปรียบเสมือนผู้บริโภค (consumer) ระบบนิเวศน์ป่าชายเลนก็เช่นเดียวกัน ป่าชายเลนถือเป็นระบบนิเวศน์ที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่ชายฝั่งเขตร้อน เป็นระบบนิเวศน์ที่มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดทั้ง พืชน้ำ สาหร่าย ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เช่น กุ้ง ปู และปลา เป็นต้น นอกจากความสำคัญต่อสัตว์น้ำแล้ว ป่าชายเลนยังมีความสำคัญกับมนุษย์โดยตรงทั้งในด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเกษตรกรรม ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และเป็นแหล่งของเชื้อเพลิง (ถ่านไม้) และวัสดุก่อสร้าง

ระบบนิเวศป่าชายเลน

ที่มา: http://www.tonkla-gonggang.com/picture/system-chart.jpg

หากไล่กันตามลำดับในห่วงโซ่อาหารนั้นจะพบว่า ต้นไม้ในป่าชายเลนเป็นกลุ่มของผู้ผลิตเบื้องต้น ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์ และธาตุอาหารต่างๆ มาสร้างเป็นพลังงานในรูปแบบที่สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น แป้ง และโปรตีน เป็นต้น นอกจากนั้นการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในลักษณะภูมิประเทศตามแนวชายฝั่งที่ได้รับอิทธิพลของ ความเร็วกระแสน้ำ ระดับน้ำขึ้น-น้ำลง การเปลี่ยนแปลงความเค็ม และองค์ประกอบและความเสถียรของดินตะกอน ทำให้ไม้ชายเลนต้องมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้าง (morphology) เช่น การเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนมวลชีวภาพ การพัฒนาทางด้านกายวิภาค เช่น การสร้างรากอากาศ การแลกเปลี่ยนแก็ส ต่อมขับเกลือ เป็นต้น ซึ่งการปรับตัวเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้ไม้ชายเลนสามารถดำรงอยู่ได้ตามพื้นที่แนวชายฝั่งแล้ว ยังเป็นประโยชน์ทางตรงต่อสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ซึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการสร้างรากค้ำจุน (Prop-Roots) และรากอากาศ (Pneumatophores) ที่แตกต่างกันของไม้ชายเลนแต่ละชนิด ล้วนทำให้เกิดความสลับซับซ้อนของที่อยู่อาศัย (Habitat) สนับสนุนสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น 1. สัตว์น้ำวัยอ่อน เช่น ลูกกุ้ง ลูกปลา ที่จะอพยพเข้ามาหากินและหลบภัยในป่าชายเลน 2. โครงสร้างของรากอากาศจะช่วยชะลอความเร็วของกระแสน้ำและช่วยให้เกิดการตกตะกอนของ เศษดิน ซากพืชและซากสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์หน้าดินชนิดต่างๆ เช่น แม่เพรียง  หอยชนิดต่างๆ  ปลา และปูต่างๆ เป็นต้น

โกงกาง

แสม

สัตว์หน้าดิน (benthos) ที่หากินอินทรีย์สารตามหน้าดินมีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ป่าชายเลนทั้งในแง่ของการเป็นอาหารของสัตว์ผู้ล่าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และในแง่ของการเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงสารอาหารจากสารอินทรีย์เป็นสารอนินทรีย์ (remineralization) อย่างที่เราทราบกันโดยทั่วไปในระบบนิเวศน์ป่าบกจะมีแบคทีเรีย หรือเชื้อจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ย่อยสลายสารอินทรีย์ และเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องใช้อาศัยออกซิเจนในการย่อยสลาย แต่ในป่าชายเลนเมื่อเข้าสู่สภาวะน้ำขึ้นปริมาณออกซิเจนบริเวณหน้าดินจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยอาจลดลงได้มากกว่า 28 % หากระยะเวลาในการท่วมนานกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งในสภาวะดังกล่าวกระบวนการย่อยสลายของเชื้อจุลินทรีย์อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพมากนัก ดังนั้นสัตว์หน้าดินที่กล่าวมาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศน์ป่าชายเลนเพราะเปรียบเสมือนกับผู้ช่วยของจุลินทรีย์ทำหน้าที่ช่วยในการย่อยสลายสารอินทรีย์ โดยสัตว์หน้าดินกลุ่มดังกล่าวที่พบได้ทั่วไปในป่าชายเลนก็ได้แก่ ปูแสม ปูก้ามดาบ ปูทะเล กุ้งดีดขัน แม่เพรียง และหอยฝาเดียว เช่นหอยขี้กา หอยจุบแจง เป็นต้น นอกจากนั้นในบริเวณกลางน้ำและบริเวณหน้าดินก็ยังมีสัตว์น้ำในกลุ่มกรองกินอาหาร (filter feeder) เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงสารอาหารจากสารอินทรีย์เป็นสารอนินทรีย์ โดยพฤติกรรมการกินอาหารของสัตว์น้ำในกลุ่มนี้ บางชนิดจะทำการดูดน้ำผ่านซี่กรองซึ่งมีหน้าที่ในการดักจับอนุภาคแขวนลอยที่อยู่ในน้ำ เช่น แพลงก์ตอนพืชขนาดเล็กชนิดต่างๆ หรืออนุภาคดินตะกอน โดยสัตว์น้ำในกลุ่มดังกล่าวที่พบได้ทั่วไปในป่าชายเลนก็ได้แก่ กลุ่มหอยสองฝา เช่น หอยนางรม หอยแมลงภู่ ซึ่งพบได้ทั่วไปบริเวณกลางน้ำ และที่พบในบริเวณหน้าดินก็ได้แก่ หอยแครง หอยกะพง และเพรียงหัวหอมเป็นต้น

หอยแมลงภู่

เมื่อสารอินทรีย์ที่มากับน้ำถูกเปลี่ยนเป็นสารอนินทรีย์ก็จะถูกนำไปใช้ใหม่โดยผู้ผลิตขั้นต้น ซึ่งได้แก่ ต้นไม้ในป่าชายเลนและแพลงก์ตอนพืช เมื่อเศษซากใบไม้ร่วงหล่นก็จะกลับไปเป็นอาหารให้แก่สัตว์น้ำ หมุนเวียนเป็นวัฎจักรต่อเนื่องกันไป นอกจากสัตว์น้ำที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีสัตว์น้ำชนิดอื่นๆอีกที่มีความสำคัญในการเป็นตัวเชื่อมในห่วงโซ่อาหาร เช่นแพลงก์ตอนสัตว์ หรือปลาชนิดต่างๆ โดยสัตว์น้ำเหล่านี้จะมีความสามารถในการกินเหยื่อที่มีขนาดแตกต่างกัน สารอาหารจากผู้บริโภคขนาดเล็กก็จะถูกถ่ายทอดขึ้นไปให้ผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่กว่า หากจะพูดถึงกลุ่มผู้ล่าในน้ำขนาดใหญ่ของระบบนิเวศน์ป่าชายเลนก็คงจะหนีไม่พ้นปลาชนิดต่างๆ                         ที่อาศัยอยู่ในป่าชาย

จากพืชสู่ผู้บริโภคหรือสัตว์ผู้ล่าในน้ำ การถ่ายทอดสารอาหารและพลังงานภายในระบบนิเวศน์ป่าชายเลนยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ ผู้ล่าที่สำคัญอีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้อยู่ในน้ำ แต่ย้ายขึ้นมาอยู่บนบก ซึ่งกลุ่มผู้ล่าที่สำคัญและพบได้ทั่วไปก็คือ นกน้ำและนกชายเลนชนิดต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม หลัก ได้แก่ 1.นกประจำถิ่นได้แก่ นกยางกรอกพันธ์ชวา นกยางเปีย นกนางนวลแกลบเล็ก เป็นต้น และ 2 นกอพยพ ซึ่งได้แก่ นกทะเลขาแดง นกปากแอ่นหางดำ เป็นต้น นอกจากสัตว์ปีกแล้วยังมีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นที่รู้จักกันดีก็คือ ลิงแสม ซึ่งในปัจจุบันเริ่มพบได้ค่อนข้างยากแล้วในป่าชายเลน

ธรรมชาติของระบบนิเวศน์ใดๆก็ตามความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในแต่ละลำดับขั้นของสายใยอาหาร (food web) จะเป็นส่วนช่วยให้ระบบนั้นทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้าหากได้ติดตามมาตั้งแต่ต้น เราจะสังเกตได้ว่าสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะการกินที่เหมือนกัน มีหน้าที่ในระบบนิเวศน์ที่เหมือนกันก็มักจะมีมากกว่าหนึ่งชนิดเสมอ การมีสิ่งมีชีวิตมากกว่าหนึ่งชนิดในแต่ละขั้นของห่วงโซ่อาหารก็เพื่อประโยชน์ในแง่ของความเสถียรภาพและความสมดุลของระบบ ซึ่งหากมีภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น โรคระบาดเกิดขึ้น สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆก็ยังสามารถที่จะทำหน้าที่ทดแทนกันได้ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่สมบูรณ์หรือสมดุลเหมือนในช่วงแรก แต่ก็เพียงพอต่อการทำให้ระบบนิเวศน์นั้นสามารถคงอยู่ได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s