รู้จักบางขุนเทียน

บางขุนเทียน

ชื่อ ”บางขุนเทียน” เล่ากันว่า ในสมัยก่อนการเดินทางบกต้องใช้เกวียนเป็นหลัก โดยในแต่ละกองเกวียนจะต้องมี “ขุน” คอยเป็นบอดี้การ์ด รักษาความปลอดภัยในการเดินทางขนส่งสินค้า โดยในอดีตพื้นที่แถบนี้เป็นที่หยุดพักของกองเกวียนเป็นประจำ ชาวบ้านจึงได้พากันเรียกว่า บางขุนเกวียน แต่ในความเป็นจริงชาวบ้านออกเสียงว่า บางขุนเกียน แล้วเพี้ยนมาเรื่อยๆ จนกลายเป็น “บางขุนเทียน” ในปัจจุบัน

                

ที่มา: http://www.visitsurin.com/index.php?mo=3&art=166383

ที่มา: http://www.gotoknow.org/blogs/posts/137995

กองเกวียนสมัยโบราณ

บางขุนเทียนถือได้ว่าเป็นชุมชนโบราณ โดยในอดีต “คลองด่าน” ถือเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ คือเป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าและอาหาร และเป็นเส้นทางเดินทัพในสมัยโบราณ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชาวบ้านอพยพเข้ามาอยู่ริมคลองและกลายเป็นชุมชนอย่างเช่นในปัจจุบัน หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดที่เอ่ยชื่อบางขุนเทียน ปรากฏอยู่ใน “นิราศนรินทร์” ของนายนรินทรธิเบศร์ มหาดเล็กพระราชวังบวร แต่งขึ้นคราวตามเสด็จสมเด็จบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์เสด็จยกกองทัพหลวงไปรบพม่าซึ่งยกเข้ามาตีเมืองถลางและเมืองชุมพร ประมาณปี พ.ศ. 2352 ช่วงต้นรัชกาลที่ 2 โดยมีเนื้อหาดังนี้

บางขุนเทียน ถิ่นบ้าน       นามมี

เทียนว่าเทียนแสงสี                                 สว่างเหย้า

เย็นยามพระสุริยสี                                   ลาโลก ลงแม่

เทียนแม่จุดจักเข้า                                   สู่ห้องหาใคร

ต่อมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี พ.ศ. 2481-2492 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ “บางขุนเทียน” โดยในช่วงนั้นรัฐบาลได้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดสรรที่ดินในเขตจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรปราการ และอำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เพื่อให้ราษฎรเข้ามาทำกินครอบครัวละไม่เกิน 50 ไร่ จัดตั้งหน่วยงานราชการขึ้น 2 แห่ง คือ หน่วยนิคมสหกรณ์โคกขามและหน่วยนิคมสหกรณ์บ้านไร่ สนับสนุนในด้านการคมนาคม มีการขุดคลอง เช่น คลองโล่ง คลองพิทยาลงกรณ์ สร้างถนน เช่น ถนนพระรามที่ 2 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล จากการสนับสนุนของทางราชการนี้เองที่ทำให้บางขุนเทียน ผันตัวเองจากชุมชนชนบทกลายมาเป็นชุมชนชานเมืองอย่างเช่นในปัจจุบัน

หากพูดถึงทะเลบางขุนเทียนย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงป่าชายเลนซึ่งเป็นระบบนิเวศน์ที่ผูกพันธุ์กับวิถีชีวิตคนบางขุนเทียนซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเพาะเลี้ยงกุ้งแบบธรรมชาติ ซึ่งการเลี้ยงกุ้งแบบธรรมชาติ หมายถึง การเลี้ยงกุ้งโดยใช้ลูกกุ้งธรรมชาติและไม่มีการให้อาหารเสริมตามบริเวณชายฝั่งที่มีน้ำขึ้น-ลง แต่เดิมเป็นการเลี้ยงกุ้งในบริเวณนาข้าว โดยเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำทะเลท่วมบริเวณนาข้าว พร้อมทั้งนำเอาลูกพันธุ์กุ้งและปลาเข้ามาด้วย เมื่อน้ำลดกุ้งปลาที่ตกค้างอยู่ในนาก็เจริญเติบโต เจ้าของสามารถนำมาบริโภคและจับขายได้ แต่ในปัจจุบันวิถีชีวิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างในอดีตกำลังจะสูญสลายลงไป เพราะการลดลงของพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งเปรียบเสมือนที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด ตั้งแต่ผู้ผลิตเบื้องต้น เช่น พืชน้ำ สาหร่ายเซลล์เดียว ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เช่น กุ้ง ปู และปลา เป็นต้น

ป่าชายเลนบริเวณบางขุนเทียน

การลดลงของพื้นที่ป่าชายเลนส่งผลต่อกระบวนการและกลไกการควบคุมความอุดมสมบูรณ์ของสารอาหารและสิ่งมีชีวิตในป่าชายเลน โดยลักษณะการถ่ายทอดพลังงานในระบบนิเวศน์ใดๆ มักจะเกิดขึ้นในทิศทางเดียวกัน เมื่อมีสิ่งรบกวนก็จะทำให้ระบบนิเวศน์นั้น ๆ ได้รับผลกระทบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบชนิดและความหนาแน่นของสิ่งมีชีวิต ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในพื้นที่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนั้นการสูญเสียพื้นที่ป่าชาเลนที่เปรียบเสมือนแนวเขื่อนป้องกันคลื่นลมตามธรรมชาติ ยังส่งผลทำให้เกิดปัญหาการกัดเซาะ สูญเสียพื้นที่ตามแนวชายฝั่ง ซึ่งหากไม่มีการแก้ปัญหากันอย่างจริงจังในอนาคตบางขุนเทียนอาจจะกลายเป็นพื้นท้องทะเลได้

หลักเขตกรุงเทพมหานครที่อยู่ในทะเลแสดงถึงการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง

บริเวณเขตบางขุนเทียน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s